มิ.ย.
18
2009
0

ค่ายโคกกระต่าย

ย้อนรอยประวัติศาสตร์
ค้นหาวีรกรรม
สมเด็จพระเจ้าตากสิน
ณ ค่ายโคกกระต่าย

ประวัติความเป็นมาของ โคกกระต่าย
ชื่อแหล่ง : บ้านโคกกระต่าย
ที่ตั้ง : หมู่ ๒ บ้านโคกกระต่าย ตำบลธรรมเสน อำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี
อายุสมัย : กรุงศรีอยุธยา (รัตนโกสินทร์ตอนต้น)
ประวัติ : ในพระราชพงสาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวไว้ว่าเมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๗ พระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าจุ้ย กับพระยาธิเบศร์บดี จางวางมหาดเล็กยกทัพไทยจำนวน ๓,๐๐๐ คน ออกมาตั้งรักษาเมืองราชบุรี เนื่องจากอะแซหวุ่นกี้แม่ทัพพม่าได้ให้งุยอคงหวุ่นคุมพล ๕,๐๐๐ คน ยกกองทัพตามครอบครัวมอญที่อพยพหนีเข้ามา กองทัพพม่าสามารถตีกองทัพไทยที่รักษาค่ายท่าดินแดงแตก แล้วยกเข้ามาตั้งค่ายที่ปากแพรก หลังจากนั้นได้แบ่งพลออกเป็น ๒ กอง ส่วนหนึ่งรักษาค่ายอยู่ที่ปากแพรก ที่เหลืออีก ๓,๐๐๐ คน ยกลงมาตามแม่น้ำแม่กลองฝั่งตะวันตก เที่ยวปล้นทรัพย์จับเชลยในแขวงเมืองราชบุรี เมืองสมุทรสงคราม และเมืองเพชรบุรี เมื่อมาถึงตำบลบางแก้วทราบว่ามีกองทัพไทยตั้งอยู่ที่เมืองราชบุรี งุยอคงหวุ่นจึงให้หยุดทัพตั้งต่าย
ซึ่งบริเวณตำบลโคกกระต่ายในทุ่งธรรมเสน เป็นที่ตั้งค่ายของกองทัพไทยซึ่งนำโดยพรเจ้าลูกยาเธอพระงองค์จุ้ย ส่วนกองทัพพม่าได้ตั้งค่ายอยู่ที่นางแก้วซึ่งห่างออกไปไม่มากนัก พื้นที่บริเวณโคกกระต่ายนี้ ชาวบ้านเคยขุดพบกระดูกคนและสัตว์เป็นจำนวนมาก และจากการไถปาดหน้าดินก็จะพบเศษภาชนะดินเผากระกัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ


(นำเข้าลิ้งจาก http://kaikokgratai.blogspot.com/ )

หลักฐานทางโบราณคดี : แหล่งโบราณคดีบ้านโคกกระต่ายมีสภาพเป็นเนินดินสูงประมาณ ๖๐ ซม. จากท้องนาโดยรอบ มีพื้นที่ของเนินทั้งหมดประมาณ ๓๐ ไร่ ปัจจุบันพท่นที่บางส่วนถูกปรับสภาพให้เป็นทุ่งนา บางส่วนมีการปสดเอาหน้าดินออกไป บนผิวดินพบวัตถุกระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเนินมีศาลไม้ขนาดเล็กตั้งอยู่ ชาวบ้านเรียกว่า ศาลพระเจ้าตากสิน จากการสำรวจบริเวณดังกล่าวประกฏแนวคูน้ำซึ่งเป็นคูค่ายโบราณบางส่วน เนื่องจากส่วนใหญ่จะถูกทำลายปรับสภาพกลายเป็นทุ่งนาไปหมดแล้ว โบราณวัตถุที่พบบนผิวหน้าดิน และที่ชาวบ้านเก็บรักษาไว้จะมีลักษณะดังนี้ คือ

๑. ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ พบเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเนิน ซึ่งสันนิษฐานว่าเป้นที่ตั้งค่าย ลักษณะของเศษภาชนะดินเผาที่พบส่วนใหญ่มีเนื้อหยาบมีรูพรุนมาก เผาด้วยอุณหภูมิต่ำ สีน้ำตาลแดง สำน้ำตาล สีดำและขาวขุ่น พบทั้งที่เป็นเศษภาชนะผิดเรียบไม่มีการตกแต่งผิว และเศษภาชนะที่มีการตกแต่งผิวเป็นลวดลายเชือกทาบ ลายขูดขีด และลายกดประทับ ส่วนใหญ่เป็นส่วนของลำตัวภาชนะ ปาด ไหล่ ก้น ประเภทของภาชนะดินเผาที่พบนั้นจะมีความหลากหลาย เช่น หม้อก้นกลมมน มีสันที่ไหล่สมัยทวารวดี, หม้อก้นกลมมนปากบาน มีลายตกแต่งผิวแบบหม้อทะมนสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนใหญ่ภาชนะดินเผาเปล่านี้จะเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

๒. ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง พบเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน แต่จะอยู่บริเวณกลางเนินและทางด้านทิศตะวันออกของเนินซึ่งอยู่ติดกับหนองน้ำ เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งนี้พบทั้งที่เป็นภาชนะดินเผาในประเทศ และภาชนะดินเผาที่มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ได้แก่

  • เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง เผาด้วยอุณหภูมิสูง มีการเคลือบผิวสีน้ำตาลหรือเขียนลายสีน้ำตาลและดำใต้เคลือบใส แบบเครื่องถ้วยที่ผลิตจากแหล่งเตาศรีสัชนาลัย และแหล่งเตาเมืองสุโขทัยเก่า จังหวัดสุโขทัย
  • เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง สีขาวนวล ลักษณะเป็นแจกันเครื่องถ้วยชิงไป๋จากแหล่งเตาผูเจี้ยนในประเทศจีน และภาชนะเคลือบเขียว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกระปุกหรือจานขนาดใหญ่ จากเตากลงฉวนสมัยราชวงศ์หยวน (พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐) นอกจากนั้นก็จะเป็นเครื่องถ้วยลายครามในสมัยราชวงศ์หมิง-ซิง (พุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๓)

(copy มาจาก http://www.ratchaburi.com)

๓. ลูกปัดแก้ว จากการสำรวจพบจำนวน ๓ ลูก เป็นลูกปัดแก้วสีฟ้า ลักษณะกลมแบนเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๒ ซม. แบบลูกปัดสมัยทราวดี

๔. ปี้ ลักษณะเป็นเหรียญทรงกลม ทำจากเครื่องเคลือบเนื้อแกร่งสีขาว ด้านหน้ามีตัวอักษรจีน ๔ ตัว เขียนด้วยสีครามอยู่ในวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑.๕ ซม. ปี้นี้จะใช้แทนเงินสดสำหรับเล่นการพนันในบ่อนต่างๆ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

๕. ประกุกขนาดเล็ก เนื้อแกร่ง สีขาวขุ่น ก้นตัดตรง ปากตรงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒ ซม. สูง ๓ ซม. เป็นเครื่องถ้วยจีนแบบชิงไป๋ พุทธศตวรรษที่ ๑๗- ๑๙ สันนิษฐานว่าน่าจะใช้สำหรับใส่เครื่องหอมเนื่องจากกระปุกมีขนาดเล็กมาก

๖. กล้องยาสูบดินเผา เนื้อหยาบเผาด้วยอุณหภูมิต่ำ ผิวเรียบไม่มีการตกแต่ง ปลายกล้องบานออก ตัวกล้องบริเวณที่ใช้สูบชำรุด ขนาดยาวประมาณ ๔ ซม. สูง ๓.๕ ซม.

๗. ลวดลายประดับภาชนะดินเผา ลักษณะเป็นดินเผาเนื้อแกร่งสำเทาดำ เป็นรูปคล้ายลายกระจังปลายม้วนเข้าด้านใน ส่วนมากจะใช้ประดับบริเวณของไฟล่ภาชนะดินเผา ซึ่งผลิตจากแหล่งเจาเผาบ้านบางปูน ต.วิหารแดง จ.สุพรรณบุรี

๘. ส่วนหัวตุ๊กตาเสียกบาล ทำจากดินเผาเนื้อหยาบ สีน้ำตาลแดง ลักษณะเป็นหัวตุ๊กตามีจุกม้วนอยู่บนศรีษะ ลายละเอียดของส่วนใบหน้าไม่มี มีเฉพาะจมูกและหูกว้างขนาด ๓ ซม. สูง ๔.๒ ซม. ศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา
๙. เศษอิฐ พบบริเวณกลางเนิน ลักษณะเป็นแนวเรียงอิฐเป็นแนวจากชั้นตัดของหน้าดินจะเห็นแนวของอิฐบด และปูนขาวอัดแน่นเป็นฐานราก ปัจจุบันแนวอิฐดังกล่าวถูกทำลายเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยขนาดของอิฐกว้าง ๙ ซม. ยาว ๒๔ ซม. หนา ๕ ซม.
จากหลักฐานที่พบทั้งหมดจากแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ สามารถสรุปได้ว่าแหล่งโบราณคดีบ้านโคกกระต่ายเป็นแหล่งชุมชนที่อาศัยมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ อาจจะกล่าวได้ว่าตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาและในสมัยกรุงศรีอยุธยาก็เป็นแหล่งชุมชนแหล่งหนึ่งที่มีการติดต่อกับชาวต่างชาติ เช่น พ่อค้าชาวจีนที่มาค้าขายในตัวเมืองราชบุรี สืบเนื่องจากแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเส้นทางที่สามารถติดต่อกับเมืองราชบุรีได้โดยสะดวกในการใช้เส้นทางน้ำ ประกอบกับบริเวณที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีเป็นพื้นที่ราบที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการตั้งถิ่นฐานและตั้งอยู่ในเส้นทางการเดินทัพที่สำคัญในสมัยกรุงธนบุรี ปี พ.ศ.๒๓๑๗ สมเด็จพระเจ้าตากสินได้มาตั้งค่ายพักทัพเพื่อสู้รบกับพม่าที่บางแก้ว ณ บ้านโคกกระต่ายแห่งนี้ แสดงว่าชุมชนตรงนี้จะต้องมีความสำคัญ และมีความอุดมสมบูรณ์ที่จะจัดส่งเสบียงให้แก่กองทัพได้

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งดังที่กล่าวนี้ จังหวัดราชบุรีจึงได้ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำการศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูล และเผยแพร่สู่สาธารณชนคนไทยทุกหมู่เหล่า เพื่อร่วมกันเทิดพระเกียรติ พระวีรกรรมอันปรีชาสามารถของพระองค์ที่ทรงรักษาผืนแผ่นดินไทยเอาไว้ให้ลูกหลานไทยในปัจจุบัน
ในอนาคตอันใกล้นี้ จังหวัดราชบุรีมีดำริจะฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่บริเวณค่ายโคกกระต่าย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้เป็นแหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สมพระเกียรติ และเป็นสถานที่เคารพสักการะบูชาองค์พระเจ้าตากสินมหาราชสำหรับคนรุ่นหลังสืบไป

คาถาบูชาสักการะ องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้งนะโม ๓ จบ จุดธูป ๙ ดอก อาราธนา ดวงพระวิญญาณ
โอมสิโน ราชาเทวะ ชะยะตุภะวัง สัพพะศัตรู วินาสสันติ
ถวายเครื่องสักการะ โอมสิโน ราชาเทวะ นะมามิหัง

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อประชาสัมพันธ์ จังหวัดราชบุรี

โทร. 032-326-016, 08-9836-2430

Related posts

พ.ย.
07
2008
0

พิพิธภัณฑ์ภโวทัย หรือ สวนภโวทัย หรือ สวนภูมิปัญญาชาวบ้าน

จาก หน้าสถานีตำรวจสวนผึ้งแยกซ้ายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ผ่านวัดสวนผึ้ง แล้วแยกขวาข้ามสะพานไปก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ ลักษณะเป็นเรือนไทยประยุกต์ รวบรวมวัตถุโบราณในอดีต รถม้ารวมทั้งพันธุ์ไม้ ดอกไม้ประดับของไทยชนิดต่าง ๆ เปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 น.-17.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทยและชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นอกจากนี้ยังมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 032 221189, 032 395192-4

Phawothai Local Museum

This is located 2 kms from Suan Phueng district.  Two Thai style houses in a pleasant garden displays a collection of ancient artifacts.  The museum is open only on Saturday, Sundays and Public Holidays.  Admission is 20 baht.  Accommodation is also available for any visitors to stay overnight.  Call 0 32211189 for more information.

Related posts

ต.ค.
31
2008
0

โบราณสถานโคกนายผาด

ตั้ง อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะศาลพระ โบราณสถานแห่งนี้มีลักษณะเป็นฐานเจดีย์ขนาดกว้างตามแนวตะวันออก-ตะวันตก 13.70 เมตร ยาวตามแนวเหนือ-ใต้ 17.8 เมตร ฐานชั้นล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีบันไดยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน ฐานชั้นที่สองในแต่ละด้านมีขนาดเล็กยื่นซ้อนกันออกมา 3  ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานบัวโค้งรองรับซุ้มสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ในฐานชั้นนี้จากการขุดแต่งในปี พ.ศ. 2504 ด้านทิศตะวันออกพบประติมากรรมรูปสิงโตนั่งสลับกับสิงโตยืน ส่วนผนังอีกสามด้านเป็นรูปคนแคระเป็นแบบอิทธิพลศิลปะลังกา นอกจากนั้นเป็นเศียรพระพุทธรูปหรือเทวดาซึ่งทำมาจากปูนปั้นทั้งนั้น

Koke Nai Phat Archaeological Remains

Located in Moo 1, Tambon Koh San Phra, the 13.7-meter- wide and 17.8-meter-long ancient chedi is very old.  East of the papoda are found lion sculptures.  On the chedi’s walls are decorated with the Lankan-style dwarfs.  Heads of mages of Buddha and deities are also discovered here.

Related posts

ต.ค.
31
2008
0

โบราณสถานโคกพระวิหาร

ตั้ง อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะศาลพระ มีลักษณะเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ แผนผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ 22 เมตร ฐานชั้นล่างมีบันไดยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน ยาวประมาณ 2.30 เมตร ปัจจุบันเหลือร่องรอยอยู่เพียงสามด้าน ยกเว้นด้านทิศใต้ซึ่งชำรุดหมด บนฐานสี่เหลี่ยมเป็นลานประทักษิณ รอบองค์เจดีย์พบร่องรอยของปูนฉาบ พื้นฐานชั้นที่สองเป็นฐานบัวมีช่องซุ้ม ส่วนของยอดเจดีย์ไม่สามารถระบุรูปทรงได้เนื่องจากอยู่ในสภาพชำรุด จากการขุดแต่งในปี พ.ศ. 2504 และ 2539 โบราณวัตถุที่พบส่วนใหญ่เป็นรูปปั้นรูปใบหน้าบุคคลและเศียรพระพุทธรูปและ เทวดา

Koke Phra Vihara Archaeological Remains

Located in Moo 3, Tambon Koh San Phra, the ancient ruined pagoda is erected on a square base.  Archaeological objects discovered here are mostly human statues and heads of images of Buddha and devas.

Related posts

ต.ค.
29
2008
0

จิตรกรรมฝาผนัง วัดคงคาราม

เป็นวัดของพวกมอญซึ่งได้สร้างขึ้นโดยพญามอญ มีอายุประมาณ 100 กว่าปี ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 22 กม. แต่เดิมได้ชื่อว่า วัดกลาง หรือ เภี้ยโต้ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เป็นผู้พระราชทานนามวัดนี้ว่า วัดคงคาราม ภายในอุโบสถมีพระประธาน แกนในทำด้วยศิลาแลงและปิดทอง ฐานชุกชีทำเป็นบัวคว่ำ บัวหงาย จิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพละเอียดอ่อน ภาพที่ออกมาแต่ละภาพเหมือนถ่ายทอดจากต้นแบบที่มีชีวิตจริงซึ่งได้เขียนขึ้นสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เป็นภาพพุทธประวัติตอนต่างๆ ที่หาชมยาก

Kongkaram Temple

Located in tambon Klong Ta Kot, Amphur Photharam, the Mon temple houses an ordination hall decorated with beautiful murals depicting Lord Buddha’s life.

Related posts

ต.ค.
29
2008
0

เมืองโบราณคูบัว

ตั้ง อยู่ที่ตำบลคูบัว อำเภอเมืองราชบุรี ห่างจากศาลากลางไปทางทิศใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นอาคารพุทธศาสนาเนื่องในลัทธิมหายานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งจากร่องรอยหลัก ฐานที่ปรากฏให้เห็นสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นฐานของวิหาร เนื่องจากมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีบันไดขึ้นสู่ลานประทักษิณชั้นบนทางด้านทิศตะวันออก ฐานประดับด้วยซุ้มและเสาอิงที่แต่เดิมเคยมีรูปพระโพธิสัตว์ทำด้วยปูนปั้น ประดับตกแต่ง เพราะว่าปัจจุบันยังมีรูปพระโพธิสัตว์ทำด้วยปูนปั้นประดับตกแต่งที่มีลักษณะ และสัดส่วนที่เข้ากันได้กับซุ้มและเสาอิง

เป็น โบราณสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีหลายอย่างซึ่งแสดงให้เห็นว่า จังหวัดราชบุรี เคยเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยทวารวดี สถาปัตยกรรมในเมืองโบราณคูบัวได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะจากช่างสมัยราชวงศ์ คุปตะ ประเทศอินเดีย และมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยมามากกว่า 1,000 ปี ส่วนโบราณวัตถุสำคัญต่าง ๆ ที่ค้นพบโดยเฉพาะเศียรพระพุทธรูปสมัยโบราณ เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติราชบุรี และบางส่วนเก็บรักษาไว้ที่วัดโขลงสุวรรณคีรี เมืองโบราณบ้านคูบัวพบหลักฐานกระจัดกระจายทั่วบริเวณหลายแห่ง เช่น โบราณสถานวัดโขลง อยู่บริเวณทางเข้าวัดโขลงสุวรรณคีรี ห่างจากตัวเมืองราชบุรีไปทางทิศใต้ ประมาณ 5 กิโลเมตร

Ku Bua Ancient City

Located in Tambon Ku Bua, Amphur Muang about 8 kms south of town hall, the city surrounded by ditches ever housed a great vihara of the Mahayana Buddhist Tradition. Only its base is currently left. The images of Bodhisattva found here was kept at Wat Khlong Suwankiri of Tambon Ku Bua.

Related posts

Powered by WordPress | Aeros Theme | TheBuckmaker.com WordPress Themes